ใช้ OpenOffice.org ทดแทน Microsoft Office
ชุดออฟฟิศเป็นซอฟต์แวร์พื้นฐานที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนใช้ และเกือบทั้งหมดใช้ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ ด้วยราคา 15,000-23,000 บาท ต่อเครื่อง หรือ 1,500,000 ต่อปีถ้าโดยเฉลี่ยคุณต้องซื้อเครื่องใหม่ให้พนักงาน 100 เครื่องทุกปี คงจะดีถ้าบริษัทของคุณมีทางเลือกคงเลือกที่จะไม่ต้องเสียเงินก้อนนี้ แน่นอน การใช้ซอฟต์แวร์อย่างผิดลิขสิทธิ์ เช่นไม่ซื้อ license หรือซื้อ license ไม่ครบไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้ โชคดีที่ปัจจุบันเรามีทางเลือกที่จะใช้ชุดออฟฟิศตัวอื่นที่มีความสามารถเท่าเทียม แต่ไม่มีค่าใช้จ่ายต่อเครื่อง นั่นคือ OpenOffice.org ชุดออฟฟิศแสนประหยัดที่องค์กรที่ชาญฉลาดเลือกใช้
การเพิ่มการใช้ไอทีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรได้อย่างเห็นผล แต่ทุกองค์กรต้องควบคุมค่าใช้จ่ายทางด้านไอทีให้เหมาะสม ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา องค์กรในประเทศไทยนำซอฟต์แวร์ proprietary จากต่างประเทศมาใช้โดยไม่เสียค่า license เป็นเรื่องปรกติ กระทั่งบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์เหล่านั้นรวมตัวกันเพื่อกดดันให้องค์กรต้องเสียค่าลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง เวลานั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่องค์กรในประเทศไทยเริ่มหาซอฟต์แวร์รูปแบบอื่นมาทดแทน เนื่องจากชุดออฟฟิศเป็นสิ่งที่พนักงานจำเป็นต้องใช้มากที่สุด และมีราคาแพง จึงเป็นซอฟต์แวร์ตัวแรกที่ทุกองค์กรริเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลง
ปี 1999 ซันไมโครซิสเต็มส์ได้เข้า take over บริษัท StarDivision ที่พัฒนาชุดออฟฟิศคู่แข่งของไมโครซอฟท์ออฟฟิศภายใต้ชื่อ StarOffice แล้วได้รีลีสเวอร์ชันโอเพนซอร์สออกมาในอีกชื่อหนึ่งคือ OpenOffice.org ต่อมาในปี 2002 เนื่องจาก OpenOffice.org ยังไม่สามารถใช้กับภาษาไทยได้ ด้วยแรงกดดันอย่างมากจาก BSA ทำให้มีสองหน่วยงานที่นำ OpenOffice.org มาต่อยอดด้านภาษาไทยคือ ซันไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) ในชื่อ “ปลาดาวออฟฟิศ” และเนคเทค ในชื่อ “ออฟฟิศทะเล” การมีแบรนด์ถึง 4 แบรนด์ของชุดออฟฟิศที่มีจากซอร์สโค้ดเดียวกันทำให้เกิดความสับสน จนกระทั่งในปี 2005 หลังจาก OpenOffice.org รีลีสเวอร์ชัน 2.0.1 ที่ใช้ภาษาไทยได้ ด้วยความพยายามของฝ่ายโอเพนซอร์ส SIPA ทำให้ทุกฝ่ายตกลงร่วมกันที่จะพัฒนาและส่งเสริมชุดออฟฟิศเพียงตัวเดียวคือ OpenOffice.org เพื่อให้ทุกคนที่เคยใช้ “ปลาดาวออฟฟิศ” หรือ “ออฟฟิศทะเล” หันมาใช้ OpenOffice.org 2 แทน เพื่อความสะดวกในการพัฒนา การบริการ และการตลาด






